คนรุ่นใหญ่หลายคนจำได้ว่าตอนเป็นเด็ก แม่จะพายเรือไปซื้อกับข้าวที่ตลาดน้ำ มีเสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียก มีกลิ่นก๋วยเตี๋ยวลอยมาตามลม มีเสียงน้ำกระทบข้างเรือ นั่นคือตลาดน้ำ — ตลาดของจริงที่คนไทยใช้ชีวิตกันมาหลายร้อยปี

วันนี้ตลาดน้ำหลายแห่งเปลี่ยนเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังมีตลาดน้ำที่เป็น "ตลาดจริงๆ" ที่คนในชุมชนยังมาซื้อของใช้กันทุกวัน ไม่ได้จัดฉากให้นักท่องเที่ยว และนั่นคือตลาดน้ำที่น่าไปที่สุด

ทำไมคนไทยถึงค้าขายบนน้ำ

ก่อนจะมีถนน คลองคือถนนของคนไทย กรุงเทพฯ เคยมีชื่อว่า "เวนิสตะวันออก" เพราะมีคลองเต็มไปหมด บ้านเรือนตั้งริมคลอง การค้าขายจึงเกิดขึ้นบนเรือ พ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขายของ คนซื้อก็พายเรือมาเลือก ทุกอย่างอยู่บนน้ำหมด

เมื่อถนนมา คลองถูกถม ตลาดน้ำค่อยๆ หายไป แต่ในพื้นที่ที่ยังมีคลองอยู่ ตลาดน้ำก็ยังมีชีวิต เพราะมันคือวิถีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนริมคลอง

5 ตลาดน้ำที่ยังมีชีวิตจริง

1. ตลาดน้ำดำเนินสะดวก — ราชบุรี

ตลาดน้ำที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดอยู่ เปิดทุกวันตั้งแต่ตี 5 ถึง 10 โมงเช้า มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายของจริงๆ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ผลไม้สด ขนมไทย กาแฟโบราณ นั่งริมท่าน้ำกินข้าวเช้าได้สบาย มีเรือพายให้นั่งชมตลาด ราคา 100-200 บาท

เปิด: ทุกวัน 05:00-10:00 น. (เสาร์-อาทิตย์คึกคักสุด)
จากกรุงเทพฯ: 100 กิโลเมตร ใช้เวลา 1.5 ชั่วโมง
เคล็ดลับ: ไปเช้าตรู่ คนน้อย บรรยากาศดีกว่า

2. ตลาดน้ำอัมพวา — สมุทรสงคราม

เปิดเฉพาะวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่วงบ่ายถึงค่ำ บรรยากาศยามเย็นสวยมาก มีอาหารทะเลสดราคาถูก หอยทอด ปูผัดผงกะหรี่ กุ้งเผา นั่งกินริมน้ำดูพระอาทิตย์ตก พอค่ำมีเรือพาไปดูหิ่งห้อยตามต้นลำพูริมคลอง เป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้

เปิด: ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 15:00-21:00 น.
จากกรุงเทพฯ: 80 กิโลเมตร ใช้เวลา 1.5 ชั่วโมง
ห้ามพลาด: ล่องเรือดูหิ่งห้อย ราคา 60-100 บาท

3. ตลาดน้ำท่าคา — สมุทรสงคราม

ตลาดน้ำที่เป็น "ตลาดของคนในชุมชน" จริงๆ ไม่มีป้ายโฆษณา ไม่มีที่จอดรถใหญ่ มีแค่แม่ค้าพายเรือมาขายผักผลไม้ กะปิ น้ำปลา ของใช้ในบ้าน คนซื้อก็เป็นคนในหมู่บ้าน เปิดเฉพาะวันที่ 2, 7, 12 ของเดือน (ตามจันทรคติ) ต้องเช็คปฏิทินก่อนไป

4. ตลาดน้ำคลองลัดมะยม — กรุงเทพฯ

ตลาดน้ำในกรุงเทพฯ ที่ยังมีบรรยากาศชุมชนแท้ๆ อยู่ในเขตตลิ่งชัน เปิดเสาร์-อาทิตย์ มีเรือพายขายของ สวนผลไม้ริมคลองให้เดินชม อาหารอร่อยราคาถูก มีสะพานไม้เดินชมวิถีริมคลอง ไม่ต้องออกนอกกรุงเทพฯ ก็ได้สัมผัสตลาดน้ำจริงๆ

เปิด: เสาร์-อาทิตย์ 08:00-16:00 น.
เดินทาง: แท็กซี่หรือรถส่วนตัว เขตตลิ่งชัน
จุดเด่น: ล่องเรือชมสวนผลไม้ 50-100 บาท

5. ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง — สมุทรปราการ

ตลาดน้ำชุมชนที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ข้ามเรือจากท่าเรือกรุงเทพกรีฑาแค่ 5 นาที บรรยากาศร่มรื่น มีทางเดินปูกระเบื้องตลอด เหมาะมากสำหรับคนรุ่นใหญ่ที่ไม่อยากเดินทางไกล มีอาหารพื้นบ้าน ขนมไทย และของฝากจากชุมชน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตลาดน้ำ

  • หมวกใบ — แม่ค้าตลาดน้ำสวมหมวกใบกว้างเพราะอยู่กลางแดดทั้งวัน หมวกนี้เรียกว่า "งอบ" ทำจากใบลาน สานด้วยมือ ใช้กันมาหลายร้อยปี
  • เรือพาย — เรือที่ใช้ในตลาดน้ำเรียกว่า "เรือมาด" หรือ "เรือสำปั้น" ขุดจากไม้ท่อนเดียว เบาแต่แข็งแรง พายได้คล่องตัวในคลองแคบ
  • ก๋วยเตี๋ยวเรือ — ชามเล็กกว่าปกติเพราะทำบนเรือ พื้นที่จำกัด น้ำก๋วยเตี๋ยวจึงเข้มข้นมาก ราคาถูก ชามละ 15-20 บาท กินหลายชามได้
  • ตลาดเช้า — ตลาดน้ำแท้ๆ เปิดตอนเช้ามืด เพราะพ่อค้าแม่ค้าต้องพายเรือมาก่อนแดดออก สินค้าสดใหม่ที่สุดจะอยู่ก่อน 7 โมงเช้า

เที่ยวตลาดน้ำอย่างไรให้สบาย

  • ไปเช้า — ก่อน 8 โมง คนน้อย ของสด อากาศยังไม่ร้อน
  • ใส่รองเท้าที่กันลื่น — ทางเดินริมน้ำอาจเปียก ใส่รองเท้าแตะยางหรือรองเท้าผ้าใบ ห้ามใส่ส้นสูง
  • เอาเงินสดไป — ตลาดน้ำส่วนใหญ่ไม่รับโอน ใช้เงินสดแบงค์ย่อย 20-100 บาท
  • หมวกและแว่นกันแดด — ตลาดน้ำไม่มีหลังคา แดดจัดตอนสาย
  • กินหลายอย่าง — อาหารตลาดน้ำชามเล็ก ราคาถูก สั่งหลายอย่างลองได้โดยไม่เปลือง

ตลาดน้ำไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว มันคือห้องเรียนประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ทุกครั้งที่ไปตลาดน้ำ เราได้เห็นว่าคนไทยเคยอยู่กันอย่างไร กินอะไร ค้าขายกันแบบไหน และทำไมน้ำถึงสำคัญกับชีวิตคนไทยขนาดนี้

ถ้ามีเวลาสักครึ่งวัน ลองพาลูกหลานไปตลาดน้ำด้วยกัน เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนเป็นอย่างไร จะเป็นวันที่ทั้งครอบครัวจำได้ไปอีกนาน